การแต่งงานแบบคริสต์ แต่งงานในโบสถ์

แน่นอนว่า การแต่งงานแบบคริสต์ หรือ จัดพิธีแต่งงานในโบสถ์ นั้นหลายคนใฝ่ฝันอยาก จัดพิธีแบบนี้ เพราะ จัดในโบสถ์ที่สวยๆ มีเพลงขับร้องที่ไพเราะ การจัดดอกไม้ตกแต่ง ประดับประดาอย่างสวยงาม เป็นใคร ใครก็อยากจัด หรือแม้แต่ผู้คนที่มาร่วมพิธี ก็อยากให้

แต่การจัดพิธีแต่งงานในโบสถ์ นั้นดูทุกอย่างเหมือนจะดูดีและง่ายไปหมด แต่หารู้ไม่ การจัดพิธีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะหากง่าย ใครๆ ก็จัดกันได้หมด ดังนั้นจึงมีข้อกำหนดมากมาย ผมขอเรียงลำดับไปเป็นข้อๆ เลยนะครับ (ทั้งหมดนี้ เล่าจะประสบการณ์ตรง ของผม ไม่ได้เป็นทฤษฎี จริงจังอะไรมาจากไหนนะครับ ผิดพลาด ตกหล่นส่วนใดไปต้องขออภัยด้วยนะครับ)

ขั้นตอนการ แต่งงานแบบคริสต์
ในส่วนนี้ผมขอเล่าขั้นตอนการเตรียมตัว การแต่งงานในโบสถ์ ตามแบบฉบับของผมเองเลยนะครับ ขาดตกบกพร่องอะไรไปตรงไหน ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

1. เลือกโบสถ์ที่จะใช้ประกอบพิธีรับศีลสมรส
ตรงจุดนี้เชื่อว่า คริสตชนหลายๆ ท่านคงจะเลือกเอา โบสถ์ หรือวัด ที่ตัวเองคุ้นเคย หรือเข้ามิซซาเป็นประจำ มาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจาก พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือ ผู้ใหญ่พามา จากที่ผมเห็น โบสถ์ (วัด) ในกรุงเทพ ส่วนใหญ่ที่นิยมจัดพิธีแต่งงานเห็นจะมีตั้งแต่

2. การอบรมคู่แต่งงาน
และหลังจากที่เราได้ติดต่อไปที่โบสถ์ เพื่อทำการ แจ้งความประสงค์ขอแต่งงานในโบสถ์นั้นๆ แล้วโดยปกติทางโบสถ์จะให้เราไปทำการ “อบรมคู่แต่งงาน” ซึ่งการแต่งงานด้วยพิธีแบบคริสต์นั้น คริสต์ศาสนิกชนทุกท่านจะต้องผ่านการ อบรมคู่แต่งงาน จาก สำนักวินิจฉัยคดี อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ โดยปกติในกรุงเทพฯ จะมีการจัดอบรม 2 ที่เป็นหลัก นั่นคือ

3. ไปอบรมคู่แต่งงาน ตามวันและเวลาที่กำหนด (ได้ลงทะเบียนไว้)
เมื่อถึงเวลาที่เรานัดกับทางวัด (สถานที่อบรมคู่แต่งงาน) เราก็ไปตามวันเวลาที่กำหนด โดยบรรยากาศการอบรมก็จะดูชื่นมื่น เพราะคนที่ไป (ไปเป็นคู่) ก็จะเข้าสู่พิธีวิวาห์ ซึ่งเป็นงานมงคลกันทั้งนั้น บรรยากาศการอบรม ในแต่ละคู่ก็จะดูสดใส ชื่นมื่น กระหนุงกระหนิง ผิดกับคู่ที่แต่งงานแล้วไปได้สักระยะ ฮาๆ (อันนี้ทางวิทยากรที่เข้ามาอบรมบอก ประสบการณ์ของเค้ามานะครับ)

4. พระสงฆ์เรียกสัมภาษณ์ หรือ การสอบถามสอบสวน
หลังจากเสร็จพิธีการอบรม เราจะได้รับใบ ประกาศนียบัตร จากทางโบสถ์ที่เราผ่านการอบรมมา เราก็นำใบประกาศนียบัตรไปยื่นให้กับพระสงฆ์ (บาทหลวง) ที่จะประกอบพิธีรับศีลสมรส ให้กับเรา หลังจากนั้นพระสงฆ์ ก็จะสัมภาษณ์ ชื่อเป็นทางการเรียกว่า การสอบถามสอบสวน (ชื่อดูน่ากลัวเนอะ แต่จริงๆ ไม่มีอะไรครับ มันก็คือการสัมภาษณ์นะแหละ) โดยจะมีการบันทึกประวัติของคู่แต่งงานทั้งสองฝ่าย ก่อนเข้าพิธีแต่งงาน

โดยวันที่ผมไป ทางพระสงฆ์ก็จะให้กรอกเอกสารในแบบฟอร์มที่เรียกว่า “แบบสอบถามก่อนการรับศีลสมรส” หากใครไม่เห็นภาพ ลองกดตรงนี้เพื่อดูตัวอย่างแบบฟอร์ม ได้เลยครับ ซึ่งคู่แต่งงานทั้งสอง (เจ้าบ่าว เจ้าสาว) จะต้องกรอก คนละ 1 ชุด ระหว่างกรอก พระสงฆ์ก็จะถามเพื่อตรวจสอบข้อขัดขวาง อาทเช่น เคยแต่งงานมาก่อนหรือไม่ ฯลฯ เพื่อให้แน่ใจว่าการแต่งงานในครั้งนี้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฏของพระศาสนจักร